วิกฤตพลังงานไทย ยังอยู่ระดับ 1-2 เท่านั้น มีน้ำมันสำรอง ทะลุ 100 วัน
กระทรวงพลังงาน ย้ำ ไทยมีน้ำมันสำรองทะลุ 100 วัน พร้อมใช้กฎหมาย งดส่งออก เพิ่มสต๊อก ตรึงราคาดีเซล และเตรียมรับมือกับทุกวิกฤตความขัดแย้งโลก ซึ่ง ล่าสุด วิกฤตพลังงานไทย ยังอยู่ระดับ 1-2 เท่านั้น
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ปาฐกถาพิเศษ “ยุทธศาสตร์ความมั่งคงพลังงานไทย : การบริหารจัดการพลังงานภายใต้ความผันผวนโลก” ในงานเสวนาวิชาการภายใต้วิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์บูรณาการ 9 สถาบันวิจัยหลักแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหัวข้อ “ความมั่นคงทางพลังงานไทยภายใต้วิกฤตการณ์โลก : ถอดรหัสความเสี่ยง สู่แผนรับมือของชาติ” ว่า ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองพร้อมใช้รวมทั้งสิ้น 95 วัน ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งเป็นน้ำมันที่อยู่ในประเทศ 39-40 วัน
ซึ่งประกอบด้วยปริมาณสำรองเพื่อการค้าของผู้ค้า 14 วัน และปริมาณสำรองตามกฎหมายที่ต้องมีอยู่ในถังตลอดเวลาอีก 25 วัน นอกจากนี้ยังมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางเรือและเป็นกรรมสิทธิ์ของไทยแล้วอีก 26 วัน ซึ่งกำลังทยอยเดินทางเข้ามาทุกวัน ตลอดจนมีน้ำมันที่ทำสัญญาซื้อขายและรอคิวโหลดขึ้นเรืออยู่นอกพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซอีก 30 วัน เช่น บริเวณท่าเรือฟูไจราห์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือทางฝั่งทะเลแดงของซาอุดีอาระเบีย
ในส่วนของปัญหาการขาดแคลนน้ำมันตามสถานีบริการบางแห่งในช่วงที่ผ่านมานั้น เกิดจากความตื่นตระหนกของประชาชนที่แห่เติมน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ทำให้ระบบโลจิสติกส์และการจัดหารถบรรทุกน้ำมันของสถานีบริการไม่สามารถรองรับได้ทัน โดยเฉพาะในกลุ่มปั๊มอิสระที่ไม่มีแบรนด์ซึ่งมีอยู่เกือบสองหมื่นแห่งทั่วประเทศ จากการที่ต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลางแบบขาจรที่ไม่มีสัญญาระยะยาวรองรับ อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นกับปั๊มน้ำมันไม่ถึงหนึ่งร้อยแห่งหรือคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึงร้อยละหนึ่งของปั๊มทั้งหมด และปัจจุบันสถานการณ์ได้เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันภาวะขาดแคลน นายกรัฐมนตรีได้อาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา โดยสั่งระงับการส่งออกน้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันเจ็ต และก๊าซหุงต้ม หรือ LPG แต่ยังคงข้อยกเว้นให้กับการส่งออกไปยังสปป.ลาว เนื่องจากไทยต้องซื้อไฟฟ้าจากประเทศดังกล่าว และเมียนมา เนื่องจากไทยต้องซื้อก๊าซธรรมชาติเป็นการตอบแทน
พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มปริมาณการสำรองน้ำมันจากร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 3 โดยจะทยอยเพิ่มเป็นร้อยละ 1.5 ภายในสิ้นเดือนนี้ และเพิ่มเป็นร้อยละ 3 ภายในสิ้นเดือนเมษายนเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีการใช้น้ำมันสูง โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศได้อีกอย่างน้อย 7 วัน ทำให้หลังเดือนเมษายนไทยจะมีน้ำมันสำรองรวมกันมากกว่า 100 วัน
ในด้านความมั่นคงของก๊าซหุงต้ม ประเทศไทยมีความต้องการใช้เพื่อเป็นเชื้อเพลิงประมาณ 10.4 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ในขณะที่โรงแยกก๊าซธรรมชาติในประเทศสามารถผลิตได้สูงถึง 9.57 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าเพิ่มเติมเพียงแค่ 0.86 ล้านกิโลกรัมต่อวันเท่านั้น เมื่อรวมปริมาณสำรองเพื่อการค้าและปริมาณสำรองตามกฎหมายที่มีอยู่ 171 ล้านกิโลกรัม ทำให้ไทยมีก๊าซหุงต้มสำรองสำหรับภาคเชื้อเพลิงยาวนานถึง 199 วัน
ทางด้านความมั่นคงของการผลิตไฟฟ้านั้นก็ไม่มีความเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเป็นหลัก และสามารถจัดหาก๊าซเพิ่มเติมจากแหล่งที่ไม่ต้องเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยในจำนวนเรือขนส่ง 40 ลำ มีเพียง 5 ลำเท่านั้นที่ต้องผ่านจุดเสี่ยงดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีการเตรียมแผนสำรองในการผลิตไฟฟ้าด้วยการใช้ถ่านหินจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ การนำเข้าไฟฟ้าจากลาวเพิ่มขึ้น รวมถึงการใช้พลังงานชีวมวลเป็นทางเลือกเสริม
สำหรับการดูแลเรื่องราคาพลังงาน รัฐบาลได้ใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการชดเชยราคาเพื่อลดภาระของประชาชน โดยปัจจุบันมีการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วสูงถึงลิตรละ 12.73 บาท ซึ่งจากปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลวันละ 70 ล้านลิตร และเบนซินวันละ 30 ล้านลิตร ทำให้กองทุนต้องจ่ายเงินอุดหนุนรวมกันเดือนละกว่า 3 หมื่นล้านบาท แม้ก่อนหน้านี้กองทุนจะเคยติดลบถึงสองหมื่นล้านบาท แต่ก็สามารถพลิกกลับมามีสถานะเป็นบวกได้ 2 พันล้านบาท ทำให้ยังมีสภาพคล่องเพียงพอในการตรึงราคาต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานยังได้เตรียมความพร้อมร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในการประเมินฉากทัศน์ต่างๆ เพื่อบริหารราคาพลังงาน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับราคาน้ำมัน ก็จะใช้วิธีปรับขึ้นแบบขั้นบันไดในอัตราไม่เกินครั้งละ 50 สตางค์เพื่อป้องกันไม่ให้ตลาดเกิดภาวะตื่นตระหนก
ขณะเดียวกันก็ยังคงคำสั่งตรึงราคาก๊าซหุงต้มไว้อย่างต่อเนื่องตามนโยบายของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ยิ่งไปกว่านั้น คณะกรรมการนโยบายพลังงานยังมีมติให้เพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในประเทศเพื่อลดการนำเข้าน้ำมันฟอสซิล โดยปรับเพิ่มส่วนผสมในน้ำมันดีเซลจากB5 เป็นB7 ซึ่งค่ายรถยนต์ทุกแห่งให้การยอมรับ และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 14 มกราคม รวมถึงเร่งรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมันE20 ให้มากขึ้นอีกด้วย
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันว่า ปัจจุบันประเทศไทยเผชิญกับวิกฤตพลังงานอยู่ในระดับที่ 1 ถึง 2 เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังมีส่วนเผื่อเหลือเผื่อขาดอยู่อีกมาก หากสถานการณ์เลวร้ายลงจนเข้าสู่ระดับที่ 3 หรือ มีน้ำมันสำรองเหลือเพียง 25 วัน รัฐบาลจึงจะพิจารณาใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด เช่น การกำหนดเวลาเปิดปิดสถานีบริการน้ำมัน และการปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยให้ความสำคัญกับหน่วยงานด้านความมั่นคง รถพยาบาล รถดับเพลิง และระบบขนส่งมวลชนเป็นลำดับแรก
ทั้งนี้ในระยะดังกล่าว รัฐบาลจึงขอความร่วมมือจากประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ในการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง เช่น การทำงานจากที่บ้าน การประชุมผ่านระบบออนไลน์ และการปรับลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นพบว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยประหยัดพลังงานระดับประเทศได้อย่างน้อยร้อยละ 10
นอกจากนี้ ทางสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังได้เข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาเชิงนโยบายเพื่อนำเสนอแนวทางการปรับตัวของผู้ใช้พลังงานและการรับมือกับความเสี่ยงในอนาคต วิกฤตการณ์ในครั้งนี้ยังอาจเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกอื่นๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น คล้ายคลึงกับวิกฤตการณ์น้ำมันในอดีตที่ผลักดันให้เกิดการพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขึ้นมาทดแทน
ในกรณีมีเรือขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุช ที่ชื่อ CUMA โดยมีปลายทางไปยังประเทศจีน มีปริมาณน้ำมันกว่า 2 ล้านบาร์เรล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ระบุว่า อาจเป็นข้อตกลงพิเศษที่ไทยเราเองไม่มี แต่ไทยยังมีช่องทางอื่นๆ ในการขนส่งน้ำมันอยู่แล้ว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB